คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้
FACULTY OF ENGINEERING AND AGRO-INDUSTRY, MAEJO UNIVERSITY
5 วิธีทำใจยามอกหัก
วันแห่งความรักที่กำลัง จะมาถึงหลายคู่ก็แสนจะแฮปปี้ เห็นแล้วอิจฉา แต่ก็มีไม่น้อยที่ต้องนั่งเหงา และอยู่กับความโสดที่พระเจ้าประทานให้ ทั้งๆ ที่ใจไม่อยากรับเลย และนอกจากนั้นแล้ว ยังมีบางคู่ที่ใช้วันแห่งความรักเป็นวัน ?บอกลา? (แบบว่าจะได้จำขึ้นใจเลยไงว่าถูกบอกเลิกวันแห่งความรัก) ก็ถือว่าซวยไปแล้วกัน และวันนี้ GURU ก็มีคำแนะนำดี ๆ มาฝาก สำหรับวิธีทำใจให้ลืมเขาหรือเธอได้ง่ายขึ้น 1. ทำใจวิธี แรกที่จะต้องทำก็คือ ?ทำใจ? ก็เล่นทุ่มเทไปซะขนาดนั้นน่ะ จะไม่ให้เศร้าได้อย่างไร วิธีทำใจแบบง่าย ๆ คือ เราก็ต้องคิดถึงสาเหตุที่เลิกกันก่อนว่า เลิกกันเพราะอะไร ถ้าเป็นเลิกกันเพราะอีกฝ่ายหนึ่งมีคนใหม่ ก็ขอให้คิดไว้ว่า ?ที่เค้าทิ้งเราก็เพราะรู้ตัวล่ะซิว่าไม่คู่ควรกับเรา? (คิดเข้าข้างตัวเองเอาไว้ไม่ผิดหรอก จะได้ลืมเร็ว ๆ) แต่ถ้าเลิกกันเพราะว่านิสัยเข้ากันไม่ได้ ก็ให้คิดว่า ?เราเป็นตัวของตัวเองดีที่สุด? (แต่ข้อนี้นิสัยบางอย่างที่ควรปรับปรุงก็เปลี่ยนเป็น ถ้าคบคนใหม่เราจะไม่ทำตัวแบบนี้อีกดีกว่านะ) 2. อย่าเก็บตัวออก ไปเจอเพื่อนบ้าง? หลังจากทำใจได้แล้ว ก็อย่าเก็บตัวอยู่คนเดียว ออกไปเจอเพื่อนฝูงบ้าง เพราะเวลานี้แหละเป็นเวลาที่เหล่าบรรดาเพื่อนผู้น่ารักของเรามันมักจะอยู่ ข้างเราเสมอ ๆ ไม่หนีหายไปไหน มีเรื่องมาเล่า มาอำ ให้เราได้หัวเราะจนลืมไปว่ากำลังเศร้าอยู่ นี่ล่ะน้าข้อดีของ ?เพื่อน? แต่ไอ้ตอนที่มีแฟนนี่ก็ทิ้งเพื่อนเอาดื้อ ๆ เลิกเรียน เลิกทำงานก็ต้องรีบ กลับไปรับแฟน เพื่อนจะไปไหนกันก็ช่างมัน แต่ไม่ต้องเป็นห่วงนะอย่างไรเพื่อนก็ตัดกันไม่ขาดหรอก 3. อย่าทำตัวโทรม ไม่มีค่าที่ บอกอย่างนี้ก็เพราะว่า บางคนที่เลิกกับแฟนใหม่ ๆ ก็มักจะประชดตัวเองด้วยการกินเหล้า เมาหัวราน้ำ เซเว่นไม่ปิดไม่เลิก อันนี้ก็ไม่ไหวนะคะ เกิดบังเอิญไปเจอกับแฟนเก่าคุณเข้า ไม่ใช่ว่าเค้าจะสงสารหรือเห็นใจนะ อาจจะตรงกันข้าม รู้สึกสมเพชขึ้นมาก็ได้ แล้วคิดว่าคบคนแบบนี้มาได้อย่างไรตั้งนาน เป็นบุญของฉันที่เลิกกับเขา (เธอ) ได้ เอาเป็นว่าเปลี่ยนจากการกินเหล้า มาเป็นการทำตัวให้ดูดีกว่าเดิม (ดีกว่าตอนที่คบกับคนคนนั้นของคุณอยู่) เอาให้เขาเห็นว่า เลิกไปแล้วคุณดูดีกว่าอยู่กับเขาอีก นั่นแหละมันจะทำให้เขาเสียดายในตัวคุณ ไม่แน่นะคุณอาจจะมีคนที่ดีกว่าเขาคนนั้นมาสนใจคุณก็ได้ 4. อย่าทำตัวให้ว่างไม่ ควรทำตัวให้ว่าง มีงานอะไรก็หามาทำซะทั้งงานหลวง งานราษฎร์ เช็ดบ้าน ถูบ้าน หรืออะไรก็ได้ ที่ไม่ทำให้เราต้องอยู่กับความเหงาของตัวเอง ทำให้มันลืมเวลาไปเลย แต่ก็อีกนั่นแหละ อย่าทำจนเป็นคนบ้างาน ไม่ลุกไปไหน ไม่ทำอะไร ข้าวก็ไม่กิน อันนี้ผิดวิธี มันอาจจะทำให้คุณลืมได้ แต่มันก็อาจจะทำให้คุณทรุดได้เหมือนกัน ยิ่งอยู่คนเดียวด้วย ใครเล่าจะมาดูแล ก็เอาเป็นว่า ทำแต่พอดี ไม่หักโหมเป็นพอ 5. เปิดใจมองคนรอบ ๆ ตัวบ้างอัน นี้ไม่ได้แนะนำว่าเลิกกับคนนั้นแล้วจะต้องหาคนใหม่เลยนะ (แบบว่าไม่ทำให้ตัวเองว่างเลย) แต่จะบอกว่า ลองให้โอกาสคนที่ผ่านเข้ามาบ้าง บางทีเขาอาจจะดีกว่าคนที่เลิกคบไปก็ได้นะ และที่สำคัญเวลาที่สิ่งใหม่ ๆ เข้ามาในชีวิต มันจะทำให้หัวใจเรารู้สึกซาบซ่า มีความสุขไปอีกแบบ และมันอาจจะทำให้คุณลืมช่วงเวลาที่เลวร้ายมากที่สุดในชีวิตไปก็ได้ และสุดท้าย เป็นคาถาทำใจที่ใช้ได้ชะงัดกับทุกกรณี
1 มกราคม 2557     |      8435
คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตรร่วมงานพิธีดำหัวผู้อาวุโส นายกสภามหาวิทยาลัย อธิการบดี และนายกสมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้ ประจำปี 2554
คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตรร่วมงานพิธีดำหัวผู้อาวุโส นายกสภามหาวิทยาลัย อธิการบดี และนายกสมาคมศิษย์เก่า ประจำปี 2554 วันศุกร์ที่ 22 เมษายน 2554 โดยมีกิจกรรมการประกวดขบวนแห่ การประกวดลาบ พิธีดำหัวผู้อาวุโส เพื่อสืบทอดประเพณีปีใหม่เมืองของชาวล้านนา โดยมีผู้บริหารและบุคลากรของ มหาวิทยาลัยทุกหน่วยงานเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมากโดยจัดขึ้น ณ อาคารแผ่พืชน์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ คณะฯได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 การประกวดขบวนแห่ และรองชนะเลิศอันดับที่ 2 การประกวดลาบ
1 มกราคม 2557     |      3397
ทีมวิจัยคณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร จัดประชุมภาคีโครงการเชียงใหม่เมืองไร้มลพิษ สสส. ครั้งที่ 2
ประชุมภาคีโครงการเชียงใหม่เมืองไร้มลพิษ สสส. ครั้งที่ 2 ในวันพฤหัสบดีที่ 21 เมษายน 2554 เวลา 09.00 – 12.00 น. ทีมวิจัยคณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งประกอบด้วยผู้ช่วยศาสตราจารย์ธีระพงษ์ สว่างปัญญางกูร อ.รชฏ เชื้อวิโรจน์ อ.ดร.ชนวัฒน์ นิทัศน์วิจิตร และอ.แสนวสันต์ ยอดคำ ได้จัดการประชุมเครือข่ายภาคีโครงการเชียงใหม่เมืองไร้มลพิษ ครั้งที่ 2 ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ณ อาคารเรียนรวมคณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และประสบการณ์ระหว่างภาคีที่ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ปริมาณมากแบบไม่พลิกกลับกอง วิธีวิศวกรรมแม่โจ้ 1 เพื่อลดการเผาทำลายที่สร้างปัญหาหมอกควันพิษ โดยภาคีที่เข้าร่วมโครงการนี้มีทั้งสิ้น 25 แห่ง เช่น โรงเรียนดาราวิทยาลัย ห้างเซ็นทรัลเชียงใหม่แอร์พอร์ต เทศบาลตำบลป่าไผ่ เทศบาลนครเชียงใหม่ เทศบาลตำบลบ้านกลาง วิทยาลัยเกษตรกรรมและเทคโนโลยีเชียงใหม่ โรงเรียนเมตตาศึกษา กลุ่มเกษตรอินทรีย์บ้านหนองแฝก อำเภอสารภี ชุมชนบ้านป่าลาน อำเภอดอยหล่อ และชุมชนบ้านดอยปุย ต.สุเทพ เป็นต้น โดยในโครงการนี้มีภาคี 15 แห่งที่สามารถเป็นฐานเรียนรู้ในชุมชนในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์เพื่อลดการเผา
1 มกราคม 2557     |      2797
25 พ.ค. 2554 - ปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่และประชุมผู้ปกครอง คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร
คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตรขอแสดงความยินดีกับนักศึกษาใหม่ของคณะฯ ทุกท่านที่ได้ผ่านการสอบคัดเลือกในปีการศึกษา 2554 ในการนี้คณะฯ จึงจัดให้มีการปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่และประชุมผู้ปกครองพร้อมกันในวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 เวลา 9.00-12.00 น. ณ ห้อง E101 อาคารเรียนรวมวิศวกรรมศาสตร์ (ติดรั้วฝั่งถนนสันทรายสายเก่า)สำหรับเรื่องที่คณะฯ จะปฐมนิเทศในช่วงเช้า ได้แก่1. ความเป็นมา ปรัชญา วิสัยทัศน์ และพันธกิจของคณะฯ 2. แนะนำสถานที่ตั้งของหน่วยงานและบริการของคณะฯ ที่นักศึกษาควรทราบ 3. อัตลักษณ์ พฤติกรรมที่คาดหวัง และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของบัณฑิตคณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร 4. ชี้แจงและถาม-ตอบเพื่อทำความเข้าใจกับนักศึกษาใหม่และผู้ปกครองเกี่ยวกับกิจกรรมของนักศึกษา 5. การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างคณะฯ กับผู้ปกครองในการพัฒนานักศึกษาและดูแลสวัสดิภาพของนักศึกษานอกจากนี้ หลังจากการปฐมนิเทศที่คณะในช่วงเช้าจะเป็นการปฐมนิเทศรวมทุกคณะอีกรอบในช่วงบ่าย ณ ศูนย์กีฬากาญจนาภิเษก รัชกาลที่ 9 จึงขอเชิญนักศึกษาใหม่และผู้ปกครองเข้าร่วมพร้อมกันสอบถามและเสนอความคิดเห็นได้ที่ รองคณบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและสารสนเทศ (อาจารย์ ดร.ชนันท์ ราษฎร์นิยม) ทางอีเมล์ chanun@mju.ac.th หรือ ทาง facebook ที่ http://facebook.com/rardniyom
5 พฤศจิกายน 2554     |      3444
เพิ่มจุดการให้บริการอินเตอร์เน็ตผ่านเครือข่ายไร้สาย ของคณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร
จุดให้บริการระบบเครือข่ายไร้สายภายในอาคารเรียนรวมสาขาวิศวกรรมศาสตร์ 11 จุดดังนี้ชั้น  1   ห้องสโลป (MJU_WLAN)ชั้น  1   ห้อง (MJU_WLAN)ชั้น  1   หน้าห้อง E117  (MJU_WLAN) ชั้น  1   หน้าห้องชมรมนักศึกษาสาขาวิศวกรรมเกษตรและอาหาร (Engineers-9)ชั้น  2   หน้าห้อง (Engineers-4)ชั้น  3   ห้องสาขาวิศวกรรมอาหาร (FDE-OFFICE)ชั้น  4   ห้องสาขาวัสดุศาสตร์อุตสาหกรรมการยาง (Engineers-2)ชั้น  4   หน้าห้องประชุมคณะฯ (Engineers-3)ชั้น  4   ห้องประชุทคณะฯ   (Meeting room on floor 4)ชั้น  4   ห้องแลปกลาง  (linksys)ชั้น  5   ห้องพักอาจารย์  (TP-LINK_DF320C)
1 มกราคม 2557     |      8290
โครงการอบรมและสัมมนาวิชาการ เรื่อง ?โลจิสติกส์และซัพพลายเชน:เสริมแกร่งให้กับอุตสาหกรรมอาหาร? โดยความร่วมมือระหว่างสถานบริการวิชาการฯ และบริษัทมูดี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์)
ประเทศไทยนับเป็นผู้ผลิตสินค้าเกษตรสำคัญของโลก จากข้อมูลสถิติการส่งออกอาหารของ World Trade Organization (WTO) ระบุว่าไทยมีส่วนแบ่งตลาดด้านการส่งออกอาหารอยู่ในอันดับ 5 ของโลกโดยในปี 2549 ไทยส่งออกอาหารกว่า 6 แสนล้านบาทไปทุกภูมิภาคทั่วโลก ซึ่งมีสินค้าหลักที่ส่งออก เช่น กุ้ง 8 หมื่นล้านบาท อุตสาหกรรมทูน่า      5 หมื่นล้านบาท สับปะรดประมาณ 3-4 หมื่นล้านบาท และไก่ 4 หมื่นล้านบาท จากแนวโน้มการแข่งขันทางธุรกิจที่เข้มข้น ผลักดันให้ภาคธุรกิจต้องยกระดับความสามารถในการดำเนินธุรกิจในทุกวิถีทางทำให้โลจิสติกส์กลายเป็นเป้าหมายสำคัญที่ผู้ประกอบการนำมาใช้เป็นตัวเอกสร้างความได้เปรียบและสร้างแต้มต่อในการแข่งขันทางการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งผู้ประกอบการอาหารต่างออกมายอมรับว่าแม้การพัฒนาดังกล่าวในบางอุตสาหกรรมอาจจะไม่ออกมาในรูปของต้นทุนโลจิสติกส์ด้านการผลิตที่ลดลง แต่สิ่งที่ได้รับและมีค่ามากกว่าคือกระบวนการทำงานที่มีการนำระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชนเข้ามาบริหารจัดการ รวมถึงการนำระบบไอทีที่ทันสมัยเข้ามาเชื่อมโยงระบบการทำงานทั้งภายในองค์กร และระหว่างองค์กรจะช่วยสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจ พร้อมกันนี้ต้องมีการบริหารงานร่วมกับซัพพลายเออร์อย่างเข้มแข็ง เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตไปข้างหน้าโลจิสติกส์สร้างแต้มต่ออุตสาหกรรมอาหาร การบริหารจัดการโลจิสติกส์สำหรับอุตสาหกรรมอาหารวัตถุประสงค์หลักที่สำคัญ คือ ต้องการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ รักษาสิ่งแวดล้อม และสามารถตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้าได้ นอกจากนี้ตลอดห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ต้นจนถึงมือลูกค้าจะต้องมีการบริหารจัดการโดยระบบโลจิสติกส์ที่ดี ไม่มีการปนเปื้อนระหว่างการขนส่ง และสามารถสอบกลับ (traceability) ว่าสินค้าผลิตจากอะไรบ้างและมีแหล่งผลิตอยู่ที่ไหน ผลิตเมื่อไร ซึ่งต่อไปตลาดหลักของโลกจะหันมาเอาจริงเอาจังและให้ความสำคัญเรื่องนี้มากขึ้น โลจิสติกส์ในอุตสาหกรรมอาหารต้องใช้ความละเอียดรอบคอบมาก ต่างจากการบริหารจัดการโลจิสติกส์ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่ไม่ได้ให้ความสำคัญเรื่องสิ่งปนเปื้อน เนื่องจากอาหารเป็นสิ่งที่คนต้องรับประทานเข้าไป การนำระบบโลจิสติกส์เข้ามาบริหารจัดการองค์กรช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้การทำงาน การวางแผนการทำงาน การจัดระบบการทำงานและการประสานงานมีความชัดเจนมากขึ้น รูปเพิ่มเติม
1 มกราคม 2557     |      2081
ทั้งหมด 103 หน้า