คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้
FACULTY OF ENGINEERING AND AGRO-INDUSTRY, MAEJO UNIVERSITY
อาจารย์ตัวอย่าง ประจำปีการศึกษา 2554
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ประกาศรายชื่อ "อาจารย์ตัวอย่าง ประจำปีการศึกษา 2554"  ซึ่งจะเข้ารับโล่และประกาศเกียรติคุณใน "วันครู" วันที่ 28 มิถุนายน 2555 เพื่อให้เป็นแบบอย่างที่ดี ในการประพฤติและปฏิบัติหน้าที่จนได้รับการยอมรับและยกย่อง คำสดุดีอาจารย์อาจารย์ตัวอย่างของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ประจำปีการศึกษา 2554       ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุเนตร สืบค้า อายุ ๔๑ ปี สังกัดคณะวิศวกรรมกระทั่งนักศึกษาได้รับรางวัลชนะเลิศโครงการวิศวกรรมในระดับชาติ มีการนำเทคโนโลยีทางการศึกษามาใช้ในการเรียนการสอนด้วยโปรแกรม Moodle เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย นักศึกษาสามารถเข้าถึง สื่อการเรียนการสอนได้ทุกที่ ทุกเวลา และเป็นการส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง การนำนักศึกษาไปทัศนศึกษานอกสถานที่ ตลอดจนการทำวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง และการประเมินความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อคุณภาพการจัดการเรียนการสอนเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ผ่านเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำของระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน จากผลงานดังกล่าว จึงสมควรได้รับการยกย่อง เป็น อาจารย์ตัวอย่างด้านการเรียนการสอ        ผู้ช่วยศาสตราจารย์จักรพงษ์ พิมพ์พิมล อายุ ๔๗ ปี สังกัดคณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร เป็นผู้มีความมุ่งมั่น อุทิศตนให้กับงานวิจัยอย่างไม่ย่อท้อ โดยได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับการรมซัลเฟอร์ไดออกไซด์กับผลลำไยสด และการจัดทำระบบมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่องการปฏิบัติที่ดีสำหรับการรมผลลำไยสดด้วยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ โดยได้รับทุนสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง และได้นำผลการวิจัยซึ่งเป็นองค์ความรู้ไปถ่ายทอดแก่ประชาชนจำนวนมาก และได้มีการบริการวิชาการแก่สังคมจำนวน ๓๐ ครั้งในรอบ ๑ ปีที่ผ่านมา จากผลงานดังกล่าวจึงสมควรได้รับการยกย่องเป็น อาจารย์ตัวอย่างด้านการบริการวิชาการ        ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พูนพัฒน์ พูนน้อย อายุ ๓๓ ปี สังกัด คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร เป็นผู้มีความมุ่งมั่น อุทิศตนให้กับงานวิจัยอย่างไม่ย่อท้อโดยได้พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ควบคุมกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร และได้รับทุนสนับสนุนอย่างต่อเนื่องทั้งจากแหล่งทุนภายในและภายนอก มหาวิทยาลัยเป็นงบประมาณจำนวนมาก มีผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิชาการระดับชาติและระดับนานาชาติ และเป็นผู้ได้รับรางวัลนักวิจัยรุ่นใหม่ สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในงาน “แม่โจ้๒๕๕๒-๒๕๕๓ : ปีแห่งคุณภาพและเกียรติประวัติ” จากผลงานดังกล่าว จึงสมควรได้รับการยกย่องเป็น อาจารย์ตัวอย่าง ด้านการวิจัย
1 มกราคม 2557     |      7822
เครื่องหั่นย่อยขนาดเล็ก โดย รศ.บัณฑิต หิรัญสถิตย์พร (เชียงใหม่ธุรกิจ)
      เครื่องหั่นย่อยขนาดเล็ก มหาวิทยาลัย.แม่โจ้ ช่วยลดปัญหาการเผากิ่งไม้ ใบไม้ แถมได้ปุ๋ยหมักใช้ฟรี รองศาสตราจารย์บัณฑิต หิรัญสถิตย์พร ภาควิชาวิศวกรรมเกษตรและอาหาร คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า ปัจจุบัน มีการรณรงค์ให้ลด ละ เลิก การเผากิ่งไม้และใบไม้ ตามชุมชนและบ้านเรือน เนื่องจากปัญหาควันไฟ โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงใหม่ มีปัญหามลพิษทางอากาศค่อนข้างมาก สาเหตุหนึ่งมาจากการเผากิ่งไม้และใบไม้ตามชุมชนและบ้านเรือน เนื่องจากประชาชนไม่สามารถจะจัดการกับกิ่งไม้และใบไม้ได้ ทำให้เจ้าของบ้านบางหลังก็นำเอากิ่งไม้ ใบไม้ ไปกองสุมหรือนำไปทิ้งเอาไว้ในบริเวณที่ดินว่างเปล่าของผู้อื่น    ส่งผลให้เป็นที่อยู่ของสัตว์มีพิษและเชื้อโรคต่างๆ เจ้าของบ้านบ้างหลังที่ไม่มีที่ให้กองสุมหรือนำไปทิ้งในที่ดินว่างเปล่าของผู้อื่น ก็จะเผาทำลาย จนเป็นเหตุให้เกิดปัญหามลพิษทางอากาศ ดังที่ได้ประสบมา ดังนั้น ถ้ามีการหั่นย่อยกิ่งไม้และใบไม้แล้ว ก็จะทำให้พื้นที่ในการกองกิ่งไม้และใบไม้ลดลง นอกจากนี้ ยังสามารถนำกิ่งไม้และใบไม้ไปทำปุ๋ยหมักหรือเป็นวัสดุคลุมดินได้ แต่เครื่องหั่นย่อยที่มีการผลิตและจำหน่ายในประเทศส่วนใหญ่มีราคาค่อนข้างแพง ขนาดใหญ่ และใช้ต้นทุนสูง จึงไม่เหมาะกับการนำมาใช้ในบ้านเรือน ส่วนเครื่องหั่นย่อยขนาดเล็กที่มีการนำเข้าจากต่างประเทศมาจำหน่ายก็มีปัญหาขาดความแข็งแรง ทนทาน และความยุ่งยากในการซ่อมบำรุง เนื่องจากอะไหล่บางชนิดหายาก เช่น มอเตอร์ สวิตช์ และใบมีด เป็นต้น ซึ่งเป็นเหตุให้ประชาชนทั่วไปไม่มั่นใจในการนำเครื่องหั่นย่อยที่นำเข้าจากต่างประเทศไปใช้งาน จากข้อมูลข้างต้นและจากข้อมูลที่ได้สำรวจ พบว่า ประชาชนทั่วไปมีความต้องการใช้เครื่องหั่นย่อยเป็นจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่ติดปัญหาที่เครื่องมีราคาค่อนข้างแพง และไม่มั่นใจในการซ่อมบำรุง ดังนั้น ถ้ามีการออกแบบเครื่องหั่นย่อยขนาดเล็กให้มีราคาถูก ซ่อมบำรุงรักษาง่าย และมีขนาดเล็ก ใช้พื้นที่ในการเก็บน้อย ก็จะทำให้ประชาชนทั่วไปมีความสนใจที่จะหันมาหั่นย่อยกิ่งไม้และใบไม้เพื่อใช้ทำปุ๋ยหมักหรือเป็นวัสดุคลุมดินแทนการเผาทำลาย ซึ่งจะช่วยลดปัญหามลพิษทางอากาศ และลดการขาดดุลเงินตราจากการนำเข้าเครื่องหั่นย่อยขนาดเล็กจากต่างประเทศ รองศาสตราจารย์บัณฑิต กล่าวอีกว่าดังนั้น จึงได้ออกแบบและสร้างเครื่องหั่นย่อยขนาดเล็กขึ้น จากการสนับสนุนโครงการวิจัยโดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ เครือข่ายภาคเหนือ การทดสอบใช้กิ่งมะม่วง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางได้ถึง 1.5 นิ้ว โดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้า ขนาด 1.5 แรงม้า เท่านั้น และใบไม้แห้งเป็นวัสดุในการทดสอบ พบว่า สามารถหั่นย่อยกิ่งมะม่วงได้ 252 กิโลกรัม ต่อชั่วโมง และย่อยใบไม้แห้งได้ 48 กิโลกรัม ต่อชั่วโมง หรือ 1.58 ลูกบาศก์เมตร ต่อชั่วโมง (ประมาณ 20 เข่ง ต่อชั่วโมง) เมื่อย่อยใบไม้แห้งแล้วปริมาตรจะลดลง 60-70 เปอร์เซ็นต์ (จากใบไม้แห้งก่อนย่อย 20 เข่ง จะเหลือเพียง 6-7 เข่ง) โดยเครื่องหั่นย่อยขนาดเล็กนี้สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง มีความทนทาน และซ่อมบำรุงรักษาง่าย นอกจากนี้ เครื่องหั่นย่อยขนาดเล็กนี้ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ จากการประกวดสิ่งประดิษฐ์คิดค้นทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำปี 2552 ซึ่งจัดโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับมูลนิธิธนาคารกรุงเทพ ภายหลังจากการทำวิจัยแล้วเสร็จ ได้ยื่นจดอนุสิทธิบัตร และได้ผลิตเพื่อจำหน่ายให้แก่ผู้สนใจนำไปใช้งาน โดยมีผู้ซื้อไปใช้งานแล้วจำนวนหลายราย นอกจากจะได้เครื่องหั่นย่อยขนาดเล็กแล้ว ยังได้ศึกษากระบวนการทำปุ๋ยหมักอย่างง่าย เพื่อเป็นข้อมูลให้แก่ผู้ซื้อเครื่องไปใช้งาน สามารถนำวัสดุที่ย่อยแล้วไปทำปุ๋ยหมักไว้ใช้ในบ้านหรือในหน่วยงานได้ โดยกระบวนการทำปุ๋ยหมักอย่างง่ายนี้ ได้เผยแพร่ไปแล้ว ได้ผลตอบรับเป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากกระบวนการทำปุ๋ยหมักอย่างง่ายนี้ ไม่ซับซ้อน ทำง่าย ไม่ต้องดูแลมากนัก ใช้ระยะเวลาในการหมักน้อย โดยการทำปุ๋ยหมักมีอยู่ด้วยกัน 2 วิธี คือการทำปุ๋ยหมักจากใบไม้แห้งหรือสด และการทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร สำหรับรายละเอียดวิธีการทำปุ๋ยหมักเข้าถึงได้ใน www.machinery.mju.ac.th หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่ รองศาสตราจารย์บัณฑิต หิรัญสถิตย์พร คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ 50290 โทร. (053) 878-123 หรือ (081) 595-4432 หรือสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ เครือข่ายภาคเหนือ โทร. (053) 226-264 ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดปัญหามลพิษทางอากาศ โดยสามารถนำกิ่งไม้และใบไม้มาย่อย แล้วนำไปทำปุ๋ยหมักหรือเป็นวัสดุคลุมดินแทนการเผาทำลายที่มา :รองศาสตราจารย์บัณฑิต หิรัญสถิตย์พร 2012-03-22
8 มกราคม 2555     |      8468
น้ำอินทผลัม พร้อมดื่ม อร่อยในรสและคุณค่าโอสถสาร โดย ผศ.อุมาพร อุประ (ไทยรัฐ)
   อินทผลัม...หรือ “อันนัคลุ้” เป็นพืชชนิดหนึ่งที่ได้รับความสนใจในกิจกรรมนี้ เนื่องจากมีบันทึกว่าเป็น พืชยืนต้นที่มีเกียรติที่สุด ด้วยท่าน นบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮวะซัลลัม รับประทานทุกวัน วันละ 7 เม็ด โดยยืนยันว่า มันป้องกันไสยศาสตร์และพิษต่างๆได้ โดยการอนุมัติของ อัลลอฮ์ฺ ที่มีต่อประชาชาติของท่าน... และท่าน ร่อซูล จะละศีลอดด้วยกิน อินทผลัมสดผศ.ดร.อุมาพร (ขวา) และนางสุวิน กับน้ำอินทผลัมพร้อมดื่ม.กับครั้งนี้....อินทผลัมที่นำไปแสดงมันโดดเด่น เพราะเป็น ต้นไม้ที่ปลูกและให้ผลผลิตในบ้านเรา ซึ่งบ้านสวนโกหลัก 37 หมู่ 1 ศรีดงเย็น ไชยปราการ เชียงใหม่ นำไปโชว์ ณ C1-D หน้า อาคารจำหน่ายสินค้าโอทอปอินทผลัมกินผลสดต้นนี้เป็นฝีมือการวิจัยและพัฒนาพันธุ์โดย นายศักดิ์ ลำจวน โดยมีคุณสมบัติพิเศษคือ สามารถให้ผลผลิตได้ภายใน 2 ปี (ตามปกติใช้เวลาราวๆ 6 ปี) ทดสอบจนสายพันธุ์นิ่ง จึงให้ชื่อว่า “อินทผลัมไทย แม่โจ้ 36” เพื่อเป็นเกียรติแก่สถาบันและรุ่นที่ตนเรียนมา...นายศักดิ์ ลำจวน โดยมี นายชาติชาย ชัยเลิศ (แม่โจ้ 36) เพื่อนและรุ่นน้องแม่โจ้ นายนิรันดร์ ดิษฐ์กระจัน (กรมวิชาการเกษตร) นายวีรศักดิ์ แก้วคราม (กรมส่งเสริมการเกษตร) และ นายธงชัย พุ่มพวง (โครงการหลวงฯ) ร่วมทีมผลผลิตอินทผลัมสวนโกหลักได้เปิดตัวสู่สังคม เมื่อฤดูเก็บเกี่ยวปีที่ผ่านมา “เดอะมอลล์” สนับสนุนให้นำผลสดเข้าจำหน่ายในเครือทุกสาขา ทั่วประเทศ ซึ่งก็ได้รับความสำเร็จมีลูกค้าอย่างล้นหลามแม้ว่าผลงานจะผ่านเข้าสู่ตลาดอย่างฉลุยแล้ว นายศักดิ์ก็มิได้ถอยห่าง ยังเดินหน้าต่อในวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยว และการแปรรูปอาหาร โดยประสานกับมหาวิทยาลัย เพื่อให้อินทผลัมเป็นศาสตร์ที่สามารถถ่ายทอดเป็นการเรียนการสอนศิษย์รุ่นน้อง ได้ต่อไปในอนาคตนางสุวิน ลำจวน ผู้เป็นภรรยา ได้เอา ภูมิปัญญาชาวบ้าน มาทำน้ำอินทผลัมพร้อมดื่ม เป็นการช่วยพัฒนาการแปรรูปอีกทางหนึ่ง ซึ่งก็ได้รับความสนใจแก่ผู้เข้าชมงานไม่น้อยแม้ว่าจะไม่ถูกต้องตามสุขอนามัยเท่าใดนัก ประจวบกับ ผลงานวิจัยการแปรรูปของทางมหาวิทยาลัยแล้วเสร็จ จึงได้ปรับปรุงตามหลักวิชาการ เพื่อผลิตภัณฑ์การแปรรูปมีคุณภาพและได้มาตรฐานยิ่งขึ้นผศ.ดร.อุมาพร อุประ คณบดีคณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ อธิบาย ถึง น้ำอินทผลัมพร้อมดื่ม ซึ่งผ่านการวิจัยอย่างลงตัวกระบวนการแปรรูปไม่ยากนัก เนื่องจาก วัตถุดิบมีความหวานที่พอเพียง อยู่แล้ว เพียงแต่นำผลที่อบแห้งมาผสมกับน้ำปั่นให้เนื้อเข้ากัน โดยไม่ใส่ยากันบูด นำไปเคี่ยวให้ได้ความหวาน 12 บริกซ์ นึ่งในหม้อความดัน 15 ปอนด์ 15 นาที ก็เป็นเครื่องดื่มได้อย่างสมบูรณ์แบบ และไม่ต้องห่วงในเรื่องบูดเน่าเสียคุณค่าทางอาหารของอินทผลัม มีสารเบต้าแคโรทีน วิตามินซี โปแตสเซียม ไนอาซีน ทองแดง ธาตุเหล็ก แมกนีเซียม และสรรพคุณทางโอสถสารรักษาอาการทางกระเพาะ ลดไข้ เจ็บคอ หวัด เสมหะ และแก้อาการเมาค้าง กับอีกคุณสมบัติที่รู้ๆกัน แต่ไม่มีใครจะก๋าออกมายืนยันคือ เสริมสมรรถภาพทางเพศสนใจข้อมูล...ชม-ชิม โทร. 0-5345-7081,08-9855-9569, 08-1582-4444 และ 08-1952-1989ข้อความและภาพจาก ไทยรัฐออนไลน์
8 มกราคม 2555     |      12828
ทั้งหมด 100 หน้า