คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้
FACULTY OF ENGINEERING AND AGRO-INDUSTRY, MAEJO UNIVERSITY
รางวัลอาจารย์ดีเด่นแห่งชาติ ปอมท. ประจำปี 2558
       ประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย(ปอมท.)ร่วมกับสภาคณาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) จัดประชุมวิชาการประจำปี 2558 ระหว่างวันที่ 26-27 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ณ โรงแรมแมนดาริน แมนเนจ บาย เซ็นเตอร์ พ้อยท์ กรุงเทพมหานคร ที่ประชุม ปอมท.โดย นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นประธานเปิดงาน และชื่นชมอาจารย์ดีเด่นแห่งชาติ ปอมท. ที่ได้ผลิตผลงานวิชาการที่มีคุณภาพเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการศึกษา และไปสู่นานาชาติ ที่สำคัญอยากให้อาจารย์มหาวิทยาลัยอื่นๆ ได้มุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลงานวิชาการ เพื่อช่วยกันพัฒนาประเทศด้วย จากนั้น นายพลากร ได้มอบโล่รางวัลให้แก่อาจารย์ดีเด่นแห่งชาติ ปอมท. ประจำปี 2558 ประกอบด้วย ศ.ดร. ธีรภาพ เจริญวิิริยะภาพ สาขาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศ.น.สพ.ดร. จิโรจ ศศิปรียจันทร์ สาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศ.ดร. อิศรา ศานติศาสน์ สาขาสังคมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รศ. พรรัตน์ ดำรุง สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผศ. ธีระพงษ์ สว่างปัญญางกูร สาขารับใช้สังคม มหาวิทยาลัยแม่โจ้         ด้าน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมช.ศึกษาธิการ กล่าวปราฐกถาพิเศษเรื่อง”ทิศทางอุดมศึกษาไทยในอนาคต” ว่า รัฐบาลพร้อมที่จะช่วยให้มหาวิทยาลัยก้าวไปข้างหน้า และช่วยพัฒนาประเทศได้โดยไม่มีอุปสรรค รวมทั้งยังได้อนุมัติงบประมาณในการบริหารมหาวิทยาลัยจำนวนมาก ดังนั้น รัฐบาลก็ต้องคาดหวังกับมหาวิทยาลัยที่จะทำประโยชน์ให้กับประเทศอย่างมาก.“ที่มา เดลินิวส์ หมวด: การศึกษา อ่านต่อที่ : http://www.dailynews.co.th/education/363377และ FB:ห้องเรียนปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกอง แม่โจ้
30 พฤศจิกายน 2558     |      1379
เปิดโลกวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 7
      ตามที่ สหพันธ์นิสิตนักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย (สนวท.) เป็นหน่วยงานที่เป็นศูนย์กลางของนิสิตนักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ ได้จัดกิจกรรมร่วมกันภายใต้โครงการ “เปิดโลกวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย” ซึ่งครั้งนี้ได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 7 เพื่อเป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนความรู้ ความสามารถ ร่วมกันแสดงความคิดเห็น สร้างความสามัคคีในองค์กร และสามารถเผยแพร่ความรู้ไปสู่บุคคลภายนอกองค์กรได้ และในปี พ.ศ. 2558 ชมรมวิศวกรรมแม่โจ้ ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพในการจัดกิจกรรมและโครงการเปิดโลกวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 7     ปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมเป็นสมาชิก สนวท. จำนวน 30 สถาบัน จากสถาบันที่ทำการเปิดสอนคณะวิศวกรรมศาสตร์ทั่วประเทศ ซึ่งในแต่ละสถาบันได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีในด้านวิศวกรรมศาสตร์ตามแต่ความถนัดของแต่ละสถาบันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละปี จึงมีการจัดนิทรรศการ แข่งขันแสดงผลงานของนิสิต นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อเป็นโอกาสในการนำเสนอผลงานสู่บุคคลภายนอกหรือบุคคลที่สนใจ      ในด้านการแลกเปลี่ยนความรู้ ความสามารถ และสร้างความสามัคคีในองค์กร มีการจัดการแข่งขันเกมส์ทางวิชาการโดยแต่ละเกมส์ผู้เข้าแข่งขันสามารถนำความรู้ทางวิศวกรรมศาสตร์มาประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ รวมถึงการแก้ปัญหาในชีวิตจริงได้ และการแข่งขันตอบปัญหา เป็นการเปิดโอกาสให้แก่มหาวิทยาลัยเกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกัน      โดยการจัดโครงการเปิดโลกวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทยครั้งที่ 7 จัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในระหว่างวันที่ 23-25 พฤศจิกายน 2558     คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร ให้การต้อนรับสถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมงานสหพันธ์นิสิตนักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย ผู้ช่วยศาสตราจารย์อุมาพร  อุประ คณบดีคณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวรายงานการจัดกิจกรรม วัตถุประสงค์การจัดโครงการ พร้อมทั้งได้รับเกียรติจาก อาจารย์รชฏ เชื้อวิโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายยุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นประธานในพิธีกล่าวต้อนรับและกล่าวเปิดงาน ในครั้งนี้ หลังจากนั้นประธานในพิธีและแขกผู้มีเกียรติเดินชมนิทรรศการ ผลงานนักศึกษาวิศวกรรม ของแต่ละสถาบันทั่วประเทศ ภายในงานยังมีกิจกรรมแข่งขันทักษะทางวิชาการ ที่เกี่ยวกับความรู้ทางวิศวกรรม ได้แก่กิจกรรมการแข่งขันจรวดขวดน้ำแม่นยำ กิจกรรมการแข่งขันเครื่องยิงลูกเทนนิส กิจกรรมการแข่งขันล้มแท่งไม้ด้วยโดมิโน กิจกรรมการแสดงอาคารจำลองต้านแผ่นดินไหว กิจกรรมการแข่งขันประดิษฐ์รถบรรทุกไข่ กิจกรรมการแข่งขันสะพานไม้ไอศกรีม กิจกรรมการแสดง รถแข่ง TAMIYA ณ กิจกรรมการแสดงบังคับหุ่นโดรน 4 ใบพัด
25 พฤศจิกายน 2558     |      790
คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตรจัดโครงการเพื่อนเยี่ยมเพื่อน
      วันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 ที่ผ่านมาคณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ให้การต้อนรับคณะกรรมการสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย สมัยที่ 38  มาเยี่ยมและศึกษาดูงานในโครงการเพื่อนเยี่ยมเพื่อน ครั้งที่ 1  ผู้ช่วยศาสตราจารย์อุมาพร อุประ คณบดีคณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดโครงการเพื่อนเยี่ยมเพี่อน ครั้งที่ 1 ของ สภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศ พร้อมทั้งได้รับเกียรติจาก อาจารย์รชฏ เชื้อวิโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายยุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวต้อนรับ ในครั้งนี้  ทางคณาจารย์ของคณะวิศวกรรมฯได้นำเสนอผลงานวิจัย และพาเข้าศึกษาดูงาน สำนักฟาร์ม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ (ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ บ้านโปง) , มูลนิธิโครงการหลวงหนองหอย
24 พฤศจิกายน 2558     |      958
โครงการสัมมนาปฏิบัติการการจัดทำแผนกลยุทธ์ช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) และการจัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2559
    คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร จัดโครงการสัมมนาปฏิบัติการการจัดทำแผนกลยุทธ์ช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) และการจัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2559 ระหว่างวันที่ 2 - 3 พฤศจิกายน 2558 ณ โรงแรมอิมพีเรียล เชียงใหม่ สปอร์ตคลับ จังหวัดเชียงใหม่  ในงานนี้ ได้รับความร่วมมือจากบุคลากรในคณะเข้าร่วม การสัมนาโดยพร้อมเพรียงกัน  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทราบแนวทางการจัดทำแผนพัฒนาบุคลากรของหน่วยงานให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาบุคลากร และเพื่อให้บุคลากรได้มีส่วนร่วมในการจัดทำแผนพัฒนาบุคลากรของคณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร ประจำปีงบประมาณ 2559   ในโอกาสนี้ได้รับเกียรติจาก คุณศิริวิช ตโนทัย นักวิเคราะห์นโยบายและแผน เชี่ยวชาญ  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ  บรรยายในหัวข้อเรื่อง “กระบวนการจัดทำแผนยุทธศาสตร์” แบ่งกลุ่มสัมมนาเชิงปฏิบัติการ  (การวิเคราะห์ศักยภาพองค์กร  SWOT  Analysis)
2 พฤศจิกายน 2558     |      726
มหาลัยมหาหลอกปิดเปิดเทอมตามอาเซียน??? โดย สุพจน์ เอี้ยงกุญชร มติชนรายวัน 29 กันยายน 2558
       กรณีการเลื่อนเวลาปิดเปิดเทอมมหาวิทยาลัยไทยตามอาเซียนที่เป็นอยู่ขณะนี้คือ จากเดิมที่เคยเปิดเทอมแรกในเดือนมิถุนายนแล้วไปปิดเทอมย่อยในเดือนตุลาคม และไปเปิดเทอมสองในเดือนพฤศจิกายนแล้วไปปิดเทอมใหญ่ในเดือนเมษายนถึงพฤษภาคมนั้น ได้เปลี่ยนมาเปิดเทอมแรกในเดือนสิงหาคมแล้วไปปิดเทอมย่อยในเดือนธันวาคม และเปิดเทอมสองในเดือนมกราคมแล้วไปปิดเทอมใหญ่กลางเดือนพฤษภาคมถึงปลายเดือนกรกฎาคม กล่าวคือ มหาวิทยาลัยไทยเลื่อนเวลาเรียนออกไปราว 2 เดือนทั้งระบบ โดยอ้างว่าเป็นการปิดเปิดเทอมตามอาเซียนที่กำลังจะรวมกลุ่มเป็นประชาคมอาเซียนปลายปีนี้ ซึ่งทำให้มหาวิทยาลัยไทยต้องเปิดให้มีการเรียนการสอนตรงกับช่วงฤดูฝน (มิถุนายน-กันยายน) อย่างเต็มๆ ในเทอมแรก และต้องเรียนต้องสอนกันในช่วงฤดูร้อน (มีนาคม-พฤษภาคม) อย่างเต็มๆ ในเทอมสอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ดูไม่เข้าท่า       ตั้งแต่แรกแล้ว และไม่มีใครคาดคิดว่าสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) จะดำเนินการอย่างนี้จริงๆ เพราะเชื่อว่าผู้บริหารการศึกษาระดับสูงน่าจะคิดได้ถึงผลกระทบที่จะมีต่อภารกิจหลักของมหาวิทยาลัย ดังนั้น จึงไม่มีใครออกมาคัดค้านอย่างจริงจังเสียแต่แรก แต่เมื่อ สกอ.สั่งการลงมาจริงๆ มหาวิทยาลัยต่างๆ ก็ทำตามเหมือนเด็กว่าง่าย เพราะอธิการบดีส่วนใหญ่คงตกอยู่ในบริบทที่ว่า ตามเขาดูเหมือนเก่ง บ้างก็ว่าทดลองดูไปก่อน หากไม่เหมาะสมก็เปลี่ยนกลับมาแบบเดิม ซึ่งสุดท้ายก็เกิดปัญหามากมายตามมาอย่างที่ทราบๆ กันอยู่       สำหรับ ความไม่เหมาะสมของการปิดเปิดเทอมมหาวิทยาลัยตามอาเซียนนั้นเป็นเพราะมีการ เรียนการสอนในช่วงที่มีความเสี่ยงสูงสุดที่จะเกิดพายุและน้ำท่วม (กันยายนและตุลาคม) ในช่วงเทอมแรก และมีการเรียนการสอนในช่วงที่อากาศร้อนสุดสุด (เมษายนและพฤษภาคม) ในช่วงเทอมสองนั่นเอง และปัญหาอื่นๆ ที่ตามมาอีกมากมายดังที่ที่ประชุมประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (ปอมท.) ได้เคยสรุปไว้ในมติของ ปอมท. เรื่องการปิดเปิดเทอมมหาวิทยาลัยไทยตามอาเซียนในคราวประชุม ปอมท. ครั้งที่ 5/2558 เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2558 ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ (นสพ.มติชน ฉบับวันที่ 23 มิถุนายน 2558) หลังจากปล่อยให้มีการปิดเปิดเทอมมหาวิทยาลัยตามอาเซียนมาจนครบหนึ่งปีการศึกษา (2557) แล้ว มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ก็พบปัญหาที่ตามมามากมาย หลายฝ่ายจึงออกมาคัดค้านอย่างจริงจัง อาทิ กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยไทยได้รณรงค์คัดค้านเรื่องนี้ผ่านทาง www.change.org ซึ่งขณะนี้มีผู้ลงชื่อคัดค้านแล้วกว่า 2 หมื่นรายชื่อ ขณะที่ตัวแทนคณาจารย์ในมหาวิทยาลัยต่างๆ ก็มีมติเสนอให้ สกอ.ทบทวนเรื่องนี้ แต่ สกอ.ก็ยังคงยืนยันจะไม่ทบทวน และขณะนี้ได้เปิดเทอมแรกของปีการศึกษา (2558) ไปแล้ว นั่นหมายความว่า มหาวิทยาลัยไทยจะต้องเปิดเทอมที่สองตามอาเซียนต่อไปอีกหนึ่งปีการศึกษาเป็นอย่างน้อยตามข้ออ้างของผู้เสนอให้มหาวิทยาลัยมีการปิดเปิดเทอมตามอาเซียนนั้น นับเป็นเรื่องตลกร้ายที่สุดเพราะแท้จริงแล้วกลับพบว่า การปิดเปิดเทอมของมหาวิทยาลัยไทยที่เปลี่ยนไปนี้ ไม่ได้สอดคล้องอะไรกับมหาวิทยาลัยของประเทศต่างๆ ในอาเซียนเลย เพราะแต่ละประเทศในอาเซียนมีช่วงเวลาปิดเปิดเทอมที่หลากหลาย (ดังตาราง) แม้แต่ประเทศลาวที่ดูเหมือนมีช่วงปิดเปิดเทอมตรงที่สุดกับประเทศไทย (ดูเหมือนไทยเปลี่ยนตามลาว) ก็ยังไม่จริง เพราะเทอมแรกของมหาวิทยาลัยไทยตรงกับเทอมสองของมหาวิทยาลัยลาว แล้วอย่างนี้จะอ้างว่า เพื่อความเป็นอันหนึ่งอันเดียวของอาเซียนได้อย่างไร?ถึงตรงนี้ จึงไม่ทราบว่าใครถูกหลอกและใครหลอกใคร ระหว่างที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) คณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) และคนในมหาวิทยาลัยที่ถูกหลอกมาตลอด เชื่อว่าเรื่องนี้จะต้องมีเบื้องหน้าเบื้องหลังในการเสนออย่างแน่นอน แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะประเด็นสำคัญคือ เราจะยอมให้ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นนี้บั่นทอนคุณภาพของอุดมศึกษาไทยต่อไปอีกหรือ? เพราะได้เห็นกันชัดๆ แล้วว่า ในปีการศึกษา 2557 ที่ผ่านมา การปิดเปิดเทอมที่ว่าตามอาเซียนนั้น นอกจากจะไม่เกิดประโยชน์อย่างเป็นชิ้นเป็นอันต่อวงการอุดมศึกษาไทยในภาพรวมแล้ว แต่กลับเป็นอุปสรรคใหญ่หลวงต่อการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ และเป็นอุปสรรคต่อการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมไทย ซึ่งล้วนเป็นภารกิจหลักที่สำคัญของมหาวิทยาลัยไทยทั้งสิ้น นอกจากนี้ยังมีผลกระทบไปถึงครอบครัว สังคม และประเทศชาติในด้านการใช้พลังงานและทรัพยากรอีกด้วย ปัจจุบันมหาวิทยาลัยไทยนับว่าอยู่รั้งท้ายในกลุ่มอาเซียน แต่ทุกวันนี้ก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่บ่งบอกถึงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่ได้ผลอย่างชัดเจน ทั้งการประกันคุณภาพการศึกษาภายในและภายนอก การปรับเปลี่ยนสถานภาพไปเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ และการปรับโครงสร้างกระทรวง รวมทั้งการปรับเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีเป็นว่าเล่น ดูเหมือนจะมีแต่การเปลี่ยนแปลงที่ล้วนบั่นทอนคุณภาพการศึกษาและลดประสิทธิภาพการทำงานของมหาวิทยาลัยลงไปอีกแทบทั้งสิ้นขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการก็เพิ่งได้รัฐมนตรีว่าการและช่วยว่าการชุดใหม่ รวมทั้งกำลังจะได้เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาคนใหม่ จึงนับเป็นโอกาสอันดีที่จะได้มีการทบทวนเรื่องนี้กันอย่างจริงจังอีกครั้งหนึ่ง เพราะผู้บริหารชุดที่แล้วเคยยืนยันว่าจะไม่ทบทวนเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่มีหลายฝ่ายออกมาให้ข้อมูลและเหตุผลว่าควรปรับคืนไปเหมือนเดิม แต่ไม่รู้ว่าด้วยอัตตาที่สูงเกินขีดธรรมดา หรือเป็นเพราะยังคงอยู่ในบริบทที่ว่า "ตามเขาดูเหมือนเก่ง คิดเองดูเหมือนโง่" ปัญหาจึงยังคงอยู่ หากปล่อยให้เวลาล่วงเลยต่อไป การเปลี่ยนแปลงแก้ไขก็จะยิ่งยุ่งยากซับซ้อนไปอีก เพราะธรรมชาติของผู้ปฏิบัติมักจะเคยชินกับงานประจำจนมองไม่เห็นปัญหา เหมือนอีกหลายๆ เรื่องในวงการศึกษาไทยที่พลาดไปจนไม่อาจแก้ไขได้ในทุกวันนี้Cr: มติชนรายวัน 29 กันยายน 2558      สุพจน์ เอี้ยงกุญชร      คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร ม.แม่โจ้
10 ตุลาคม 2558     |      1418
ขอแสดงความยินดีกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธีระพงษ์ สว่างปัญญางกูร ที่ได้รับรางวัลอาจารย์ดีเด่นแห่งชาติ ปอมท. สาขารับใช้สังคม 
    ตามที่ประชุม ปอมท. สมัยสามัญ ครั้งที่ 9/2558 เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2558 ณ มหาวิทยาลัยบูรพา มีมติคัดเลือกอาจารย์ดีเด่นแห่งชาติ ปอมท. ประจำปี 2558 จำนวน 5 ท่านใน 5 สาขา    โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ธีระพงษ์  สว่างปัญญางกูร จากคณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้    ได้รับคัดเลือกให้เป็น “อาจารย์ดีเด่นแห่งชาติ ปอมท. สาขา รับใช้สังคม ที่มีการนำศาสตร์ที่เป็นองค์ความรู้ ความสามารถ และความเชี่ยวชาญ ไปรับใช้สังคมหรือบริการวิชาการก่อให้เกิดประโยชน์ เห็นผลเป็นรูปธรรม โดยไม่หวังผลตอบแทนส่วนบุคคลในเชิงธุรกิจ และมีผลทางสังคมเป็นที่ยอมรับ มีผลงานที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชน สังคม  ซึ่งส่งผลให้ชุมชน สังคมมีความเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป     ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธีระพงษ์  สว่างปัญญางกูร  สังกัดสาขาวิชาวิศวกรรมอาหาร คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร  ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานบริการวิชาการ คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้  จบการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมโยธา ระดับปริญญาโทสาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ใช้ความรู้ทางด้านวิศวกรรมมาประยุกต์ใช้กับการทำปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งเดิมมีความยากที่ต้องเปลืองแรงงานในการพลิกกลับกองปุ๋ย  ดังนั้นในปี 2545 ได้ประดิษฐ์คิดค้นระบบกองเติมอากาศที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถผลิตปุ๋ยหมักได้ครั้งละ 10 กอง กองละ 1 ตัน เสร็จในเวลาเพียง 1 เดือนโดยไม่ต้องพลิกกลับกองเลย จากการอัดอากาศเข้ากองปุ๋ยด้วยพัดลมโบลเวอร์ ต่อมาในปี 2552 ก็ได้ทำการวิจัยเพิ่มเติม พัฒนาไปสู่นวัตกรรมการผลิตปุ๋ยหมักวิธีวิศวกรรมแม่โจ้ 1 ที่ไม่ต้องใช้ไฟฟ้าและพัดลมอีกต่อไป เป็นการกองปุ๋ยเป็นรูปสามเหลี่ยมแถวยาวที่ไม่ต้องพลิกกลับกองเลย วัตถุดิบมีเพียงเศษพืชและมูลสัตว์เท่านั้น ใช้เวลาเพียงสองเดือน โดยอาศัยหลักการทางวิศวกรรม “การพาความร้อน” ช่วยให้มีการเติมอากาศเข้าไปในกองปุ๋ยตลอดเวลาตามธรรมชาติ ปุ๋ยหมักที่ผลิตได้มีค่าคุณภาพสูงผ่านมาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์ของประเทศทุกครั้ง เกษตรกรจะสามารถผลิตปุ๋ยหมักได้ครั้งละ 10-1,000 ตัน ช่วยให้มีการใช้ประโยชน์จากเศษพืช ลดการเผา ลดต้นทุน ลดการใช้ปุ๋ยเคมี นำไปสู่การผลิตพืชผักและข้าวแบบอินทรีย์ที่ผลผลิตมีราคาสูง ส่งผลให้เกษตรกรหลายแห่งมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเป็นที่ประจักษ์ นับเป็นตัวอย่างอาจารย์ที่ดี ได้ใช้ชีวิตรับราชการอย่างทุ่มเท ทั้งด้านงานสอน งานวิจัย และงานบริการรับใช้สังคม โดยมีผลงานบูรณาการงานสอนเข้ากับงานบริการวิชาการและงานวิจัย ได้สร้างทีมงานอาจารย์ที่สามารถถ่ายทอดผลงานต่อไปได้ในระยะยาว ผลงานวิจัยได้รับการยอมรับและสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอกในการดำเนินโครงการต่าง ๆ เพื่อใช้แก้ปัญหาหมอกควันพิษจากการเผาเศษพืช   ท่านได้จัดตั้งฐานเรียนรู้การผลิตปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกลับกองตั้งแต่ปี 2547 เพื่อให้ผู้สนใจเข้าเยี่ยมชมได้ตลอดทั้งปี และนอกจากนั้น ปัจจุบันยังได้ให้บริการวิชาการผ่านสังคมออนไลน์ โดยเปิดสอนการทำปุ๋ยหมักในเว็บบอร์ดเกษตรพอเพียงดอทคอม www.kasetporpeang.com และทางเฟสบุ๊คเพจ ห้องเรียนปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกองแม่โจ้ อีกด้วย     ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธีระพงษ์  สว่างปัญญางกูร จะเข้ารับโล่และรางวัลเกียรติยศจากที่ประชุมประธาน สภาอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทยอย่างสมเกียรติ ในการประชุมวิชาการประจำปีของที่ประชุม ปอมท. ประจำปี 2558 ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระหว่างวันที่  26-27 พฤศจิกายน 2558 ณ ห้องแมนดารินแกรนด์  บอลรูม โรงแรมแมนดารินแมนเนจบายเซนเตอร์พอยท์ กรุงเทพฯCr: งานประชาสัมพันธ์ และงานสภาคณาจารย์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้
10 ตุลาคม 2558     |      1998
งานเปิดโลกวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 7 ณ มหาวิทยาลัย แม่โจ้
 สหพันธ์นิสิตนักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย ร่วมกับ คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้จัดงาน "เปิดโลกวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 7" ระหว่างวันที่ 23 - 25 พฤศจิกายน 2558 ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ งานนี้ได้รับทั้งความรู้และความสนุกอีกมากมาย รับรองไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน และพบกันในงานนะครับกิจกรรมการแข่งขันทักษะทางวิชาการ ที่เกี่ยวกับความรู้ทางวิศวกรรม1. กิจกรรมการแข่งขันจรวดขวดน้ำแม่นยำ ณ สนามกีฬาอินทนิล 2. กิจกรรมการแข่งขันเครื่องยิงลูกเทนนิส ณ ใต้ตึก อาคารจุฬาภรณ์ 3. กิจกรรมการแข่งขันล้มแท่งไม้ด้วยโดมิโน ณ โซนกิจกรรม ศูนย์กีฬากาญจนาภิเษก รัชกาลที่ 9 4. กิจกรรมการแสดงอาคารจำลองต้านแผ่นดินไหว ณ โซนกิจกรรม ศูนย์กีฬากาญจนาภิเษก รัชกาลที่ 9 5. กิจกรรมการแข่งขันตอบปัญหาฟิสิกส์ ณ เวทีกิจกรรม ศูนย์กีฬากาญจนาภิเษก รัชกาลที่ 9 6.กิจกรรมการแข่งขันโยนไข่จากตึกห้าชั้น ณ โซน B  ศูนย์กีฬากาญจนาภิเษก รัชกาลที่ 9 7.กิจกรรมการแข่งขันประดิษฐ์รถบรรทุกไข่ ณ โซนกิจกรรม ศูนย์กีฬากาญจนาภิเษก รัชกาลที่ 9 8.กิจกรรมการแข่งขันสะพานไม้ไอศกรีม ณ ใต้ตึก อาคารจุฬาภรณ์ 9.กิจกรรมการแสดง รถแข่ง TAMIYA ณ โซนกิจกรรม ศูนย์กีฬากาญจนาภิเษก รัชกาลที่ 9 10.กิจกรรมการแสดงบังคับหุ่นโดรน 4 ใบพัด ณ สนามกีฬาอินทนิลนิทรรศการ แสดงผลงานนักศึกษาวิศวกรรม ของแต่ละสถาบันทั่วประเทศกิจกรรมการแสดงบนเวทีเอกสารประกอบ กำหนดการ(แก้ไขเมื่อ 14 ตุลาคม 2558)
5 พฤศจิกายน 2558     |      1682
ทั้งหมด 103 หน้า