คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้
FACULTY OF ENGINEERING AND AGRO-INDUSTRY, MAEJO UNIVERSITY

ตลอดปี พ.ศ. 2555 ผู้คนในสังคมพูดกันแต่เรื่อง น้ำท่วมๆ ทั้งๆที่ยังไม่ปรากฏสถานการณ์ใดๆที่ส่อแววให้เห็นว่า จะเกิดน้ำท่วมหนักหนาสาหัสเหมือนมหาอุทกภัยในปี พ.ศ. 2554 ที่ผ่านมา เพราะทั้งปริมาณน้ำฝนและปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำของเขื่อนขนาดใหญ่และขนาดกลางล้วนมีปริมาณต่ำกว่าปีที่แล้วมาทั้งสิ้น อ่านต่อบทความ คลิ๊กที่นี้ PDF

 

   ตลอดปี พ.ศ. 2555 ผู้คนในสังคมพูดกันแต่เรื่อง น้ำท่วมๆ ทั้งๆที่ยังไม่ปรากฏสถานการณ์ใดๆที่ส่อแววให้เห็นว่า จะเกิดน้ำท่วมหนักหนาสาหัสเหมือนมหาอุทกภัยในปี พ.ศ. 2554 ที่ผ่านมา เพราะทั้งปริมาณน้ำฝนและปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำของเขื่อนขนาดใหญ่และขนาดกลางล้วนมีปริมาณต่ำกว่าปีที่แล้วมาทั้งสิ้น ซ้ำช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม ที่ผ่านมายังปรากฏฝนทิ้งช่วงในหลายพื้นที่อีกด้วย และด้วยเหตุนี้ทำให้มีนักการเมืองอวดรู้และนักวิชาการอวดเก่งออกมาให้ข่าวรับรองว่า จะไม่เกิดน้ำท่วมหนักเหมือนปีที่ผ่านมา ด้วยการยกตัวเลขปริมาณน้ำปีนี้ว่าน้อยกว่าปีที่แล้วมาเป็นสิบๆเท่า ซ้ำยังมั่นใจในการบริหารจัดการน้ำถึงขนาดกล่าวว่า จะต้องมีพายุเข้ามาเป็นสิบลูกจึงจะสามารถทำให้เกิดน้ำท่วมได้เหมือนปีที่แล้ว

แม้โดยพื้นฐานด้านความเชื่อถือต่อคำพูดของนักการเมืองทั่วๆไปก็ต่ำอยู่แล้ว ยิ่งออกมาพูดในลักษณะนี้ ยิ่งน่าดูถูกในสติปัญญาและความสามารถยิ่งขึ้นไปอีก และที่สำคัญยังมีนักวิชาการบางท่านออกมาพูดชี้นำหรือพูดให้ท้ายก็ไม่ทราบได้อีก ความน่าเชื่อถือต่อนักวิชาการก็เลยพลอยตกต่ำลงไปด้วย เพราะสิ่งที่พูดสิ่งที่ยืนยันนั้นแทบไม่น่าเชื่อ ถือตามหลักวิชาการเลย จึงทำให้เกิดข้อสงสัยว่า นักวิชาการที่ออกมาพูดเช่นนี้มีความรอบรู้เรื่องน้ำดีพอหรือไม่ โดยเฉพาะความรู้ด้านอุตุนิยมวิทยา (Meteorology) และด้านอุทกวิทยา (Hydrology) และที่สำคัญที่สุดคือ มีความเข้าใจต่อการบูรณาการของทั้งสองวิชานี้ด้วยหรือไม่ หรือเคยเรียนวิชาอุทกอุตุนิยมวิทยา (Hydrometeorology) มาบ้างหรือเปล่า

หากไม่เคยก็ขอเรียนให้ทราบว่า พวกท่านล้ำเส้นทางวิชาการมากเกินไปแล้ว

ถึงตรงนี้จึงอยากจะทำความเข้าใจตามหลักวิชาการเกี่ยวกับเรื่องน้ำให้กับทุกคนที่พร้อมจะเปิดใจรับรู้ความเป็นจริง ดังนี้

ประการแรก ต้องทำความเข้าใจในเบื้องต้นก่อนว่า น้ำท่วมไม่ใช่อุทกภัยเสมอไป เพราะอุทกภัยคือ ภัยที่เกิดจากน้ำท่วม หากน้ำท่วมตามปกติในพื้นที่รับน้ำธรรมชาติย่อมไม่เกิดภัยใดๆ หากไม่มีใครบุกรุกเข้าไปทำกิจกรรมอะไรในที่นั้นๆ น้ำท่วมในพื้นที่ที่เคยท่วมจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร (ถ้าไม่ท่วมนั่นล่ะแปลก)  แต่ถ้าหากน้ำท่วมสูงกว่าปกติหรือท่วมเร็วกว่าปกติ น้ำก็จะเข้าท่วมในพื้นที่ที่ไม่เคยท่วมมาก่อนด้วย ความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินก็จะเกิดขึ้น และนี่ก็คือ อุทกภัยจริงๆ

สำหรับพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมแล้วในปีนี้ ส่วนใหญ่ก็เป็นเหตุการณ์น้ำท่วมปกติของทุกๆปีอยู่แล้ว โดยเฉพาะพื้นที่ทางตอนล่างของลุ่มน้ำยม ทั้ง จ.แพร่ พิจิตร พิษณุโลก และสุโขทัย รวมไปถึง จ.นครสวรรค์และพระนครศรีอยุธยา แต่สิ่งที่น่าวิตกยิ่งกว่าสำหรับอนาคตก็คือ การเกิดน้ำท่วมในพื้นที่ที่ไม่เคยเกิดและไม่ควรเกิด ซึ่งกรณีนี้จะสร้างความเสียหายได้มากยิ่งกว่าการเกิดน้ำท่วมในพื้นที่ที่ท่วมซ้ำซากเป็นอันมาก กรณีนี้จะเห็นได้ว่า สิ่งที่นักการเมืองพูด บาง ครั้งก็เป็นแค่น้ำท่วมไม่ใช่อุทกภัยที่แท้จริง

ประการที่สอง ปริมาณน้ำไม่ใช่สาเหตุหลักของน้ำท่วมและอุทกภัยเสมอไป ปริมาณน้ำมากอาจไม่ทำให้เกิดน้ำท่วมก็ได้ แต่ปริมาณน้ำน้อยก็อาจทำให้เกิดน้ำท่วมได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอัตราการไหลของน้ำสูงสุด (Peak Flow) เป็นสำคัญ เช่น กรณีในปีที่แม้มีน้ำมาก แต่เป็นน้ำที่เกิดจากการกระจายของฝนที่สม่ำเสมอ (ทั้งเวลาและพื้นที่) อัตราการไหลสูงสุดของน้ำในลำน้ำก็อาจไม่สูงมากจนล้นฝั่งเป็นน้ำท่วมได้ เพียงแต่มีน้ำเต็มฝั่งตลอดเวลา ส่วนในปีที่แม้น้ำน้อย แต่ถ้าเป็นน้ำที่เกิดจากการกระจุกตัวของฝน อัตราการไหลของน้ำสูงสุดที่เกิดจากฝนตกแต่ละครั้งก็อาจสูงพอที่จะทำให้เกิดน้ำล้นฝั่งเป็นน้ำท่วมได้เป็นระยะๆ กรณีนี้ชี้ให้เห็นว่า ผู้พูดไม่ได้เข้าใจอะไรลึกซึ้งด้านอุทกศาสตร์ สมควรกลับไปอ่านตำราอุทกศาสตร์ให้เข้าใจเสียก่อน

ประการที่สาม พายุหมุนเขตร้อน(ทั้งพายุดีเปรสชั่น โซนร้อน และไต้ฝุ่น)ไม่เคยเข้าประเทศไทยได้มากถึง 10 ลูก แต่เคยเข้ามาได้สูงสุดในประวัติศาสตร์แค่ 9 ลูกในปี พ.ศ. 2507 และ 2508 ทำให้ประเทศไทยในสองปีดังกล่าวมีน้ำมาก แต่กลับเกิดปัญหาน้ำท่วมไม่รุนแรงเท่าปี พ.ศ. 2526 ที่มีพายุเข้าประเทศไทยได้ 5 ลูก และ พ.ศ. 2538 ที่มีพายุเข้าถึงประเทศไทยได้เพียงลูกเดียว

เช่นเดียวกับเมื่อปีที่แล้ว ที่มีพายุเข้าถึงประเทศไทยเพียงแค่ลูกเดียวคือ พายุนกเต็น(Nock-ten) ส่วนพายุไหหม่า(Haima)และพายุไห่ถาง(Haitang) ก็แค่เฉียดๆเข้ามาเท่านั้น แต่กลับทำให้เกิดมหาอุทกภัยร้ายแรงเป็นประวัติศาสตร์ ของประเทศไทย และนี่คือข้อเท็จจริงที่บ่งบอกว่า นักการเมืองละนักวิชาการที่ให้ข่าวดังกล่าวเชื่อถือไม่ได้ หากในเดือนตุลาคมนี้ มีพายุเข้ามาได้สัก 2-3 ลูกติดๆกัน มหาอุทกภัยอย่างปีที่แล้วก็เกิดขึ้นได้อีกอย่างแน่นอน และถ้าเกิดเหตุการณ์เช่นที่ว่านี้ขึ้นจริงๆ เชื่อว่านักการเมืองและนักวิชาการที่ให้ข่าวก็คงหาทางแก้ตัวแบบน้ำขุ่นๆไปอีกอย่างไม่ต้องสงสัย เหมือนกรณีน้ำท่วมสุโขทัย สองรอบสามรอบนั่นเอง กรณีนี้ชี้ให้เห็นว่า ผู้พูดไม่ได้เข้าใจอะไรเกี่ยวกับลมฟ้าอากาศมากมายนัก เห็นควรกลับไปอ่านตำราด้านอุตุนิยมวิทยา และศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลให้มากกว่านี้

เท่าที่ยกเหตุผลมาแสดงทั้งหมดนี้ไม่ได้มุ่งสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชน แต่อยากให้นักการเมืองที่ชอบอวดรู้และนักวิชาการหลายๆท่านที่ชอบอวดเก่งเพลาๆการให้ข่าวที่คลาดเคลื่อนจากหลักการทางวิชาการต่อประชาชน  เพราะจะทำให้ประชาชนมีความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง และต้องไม่ลืมว่า ประเทศนี้ยังมีนักวิชาการที่มีความรู้มีความเข้าใจอีกไม่น้อยที่เฝ้าดูอยู่ แต่เขาเหล่านั้นถูกนักการเมืองมองข้ามหัวไปเพราะไม่ยอมรับแนวทางที่ฉ้อฉลของการเมือง และส่วนหนึ่งก็ไม่อยากเปลืองตัวเสนอหน้า มาเป็นเครื่องมือให้นักการเมืองที่หาดีๆยาก แต่อย่างไรก็ดี พวกเขาเหล่านี้คงจะไม่ทอดทิ้งประชาชนและประเทศชาติ พวกเขาจึงคอยให้ความเห็นและคำชี้แนะดีๆ ที่นักการเมืองต้องคอยรับฟังด้วยความเคารพในหลักวิชาการ

ขณะนี้(ปลายเดือนกันยายน) เป็นที่น่าดีใจว่า ร่องฝนหรือร่องมรสุมที่พาดผ่านประเทศไทยกำลังเคลื่อนตัวลงมาทางภาคกลางแล้ว ขณะที่พายุหมุนเขตร้อนลูกที่ 16 ซึ่งควรเคลื่อนตัวมาทางเวียดนาม ซึ่งจะมีผลกระทบต่อประเทศไทย กลับเคลื่อนตัวที่ขึ้นไปทางเหนือสู่คาบสมุทรเกาหลี ความเสี่ยงต่อฝนตกหนักและน้ำท่วมก็ลดลงทุกขณะ แต่ถึงอย่างไรก็คงไม่อาจไว้วางใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์จนกว่าจะผ่านพ้นเดือนตุลาคมไปแล้ว เพราะจากข้อมูลตามสถิติของกรมอุตุนิยมวิทยา เดือนตุลาคม จัดเป็นช่วงเวลาที่มีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนเข้าถึงประเทศไทยได้มากที่สุด ดังนั้น จึงต้องคอยติดตามเรื่องนี้ด้วยความไม่ประมาท

สำหรับสิ่งที่น่าเป็นห่วงอีกประการหนึ่งก็คือ ถ้าไม่มีพายุเคลื่อนตัวเข้ามาในช่วงเดือนตุลาคมนี้ อ่างเก็บน้ำของเขื่อนขนาดใหญ่ในภาคเหนือ ทั้งเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์อาจเก็บกักน้ำไว้ได้น้อยกว่าทุกๆปี ซึ่งจะทำให้เกิดการขาดแคลนน้ำสำหรับทำนาปรังในช่วงต้นปีหน้า ดังนั้นจึงต้องคอยติดตามว่า ฤดูเพาะปลูกปี พ.ศ. 2555-2556 นี้ จะต้องลดพื้นที่ทำนาปรังลงกี่ล้านไร่ และนักการเมืองอวดรู้กับนักวิชาการอวดเก่งจะแก้ตัวหรือโทษดินฟ้าอากาศอย่างไรอีก 

ผศ.สุพจน์ เอี้ยงกุญชร
คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้
ที่มา :ภาพและเนื้อหาจาก แนวหน้า 24 กย. 2555

ปรับปรุงข้อมูล : 1/1/2557 0:00:00     ที่มา : คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้     จำนวนผู้เปิดอ่าน : 8549

กลุ่มข่าวสาร : บทความน่าสนใจ

ข่าวล่าสุด

ขอแสดงความยินดีกับนักศึกษาทีม Coff Brew
คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ขอแสดงความยินดีกับนักศึกษาทีม Coff Brew  ที่ได้รับทุนสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ (Prototype) จำนวน 25,000 บาท จากการแข่งขัน Startup Thailand League 2026 รอบภูมิภาค ภาคเหนือ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ณ อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค (ภาคเหนือ) จังหวัดเชียงใหม่ ผลงาน“เครื่องสกัดกาแฟรูปแบบใหม่โดยใช้เทคโนโลยี PLU”สมาชิกทีม• นายอนุพงศ์ เขื่อนแก้วนักศึกษาปริญญาโท คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร• นายอาทิตย์ ด่านกระโทกนักศึกษาปริญญาโท คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร• นายตันติกร กันนานักศึกษาปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ• Nirmala Bhuvana Chandra Ramisettyนักศึกษาปริญญาโท วิทยาลัยนานาชาติอาจารย์ที่ปรึกษารองศาสตราจารย์ ดร.จตุรภัทร วาฤทธิ์คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตรการแข่งขัน Startup Thailand League 2026 เป็นเวทีสำคัญในการส่งเสริมศักยภาพนักศึกษาด้านนวัตกรรมและการเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้นำเสนอแนวคิดธุรกิจและผลงานนวัตกรรมสู่การพัฒนาเชิงพาณิชย์ในระดับประเทศทั้งนี้ ทีม Coff Brew ได้รับคัดเลือกให้พัฒนาผลงานต้นแบบและเตรียมเข้าร่วมกิจกรรม Demo Day ระหว่างวันที่ 25–27 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพมหานคร เพื่อจัดแสดงผลงานต่อนักลงทุนและเครือข่ายธุรกิจ Startup ระดับประเทศและนานาชาติต่อไปคณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร ขอร่วมชื่นชมและภาคภูมิใจในความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ และศักยภาพของนักศึกษา ที่สามารถต่อยอดองค์ความรู้สู่การสร้างนวัตกรรมและการเป็นผู้ประกอบการแห่งอนาคตได้อย่างโดดเด่นCr:อุทยานวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเกษตรและอาหาร Maejo Agro Food Park (MAP)https://www.facebook.com/share/18ZhSJ8uJx/
15 มิถุนายน 2569     |      1505
SIPOC Model กับการบริหารจัดการการดำเนินการตามเกณฑ์ EdPEx
ทีมผู้บริหารและอาจารย์ คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กนกวรรณ ตาลดี รองคณบดีฝ่ายวิชาการผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.หยาดฝน ทนงการกิจ รองคณบดีฝ่ายยุทธศาสตร์และประกันคุณภาพผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิไลวรรณ พรประสิทธ์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบริหารและเทคโนโลยีสารสนเทศรองศาสตราจารย์ ดร.จตุรภัทร วาฤทธิ์ ประธานหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมอาหารเข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการ "SIPOC Model กับการบริหารจัดการการดำเนินการตามเกณฑ์ EdPEx" ใน วันที่ 12-13 พฤษภาคม 2569 ที่โรงแรมยูนิมมาน โดย ได้รับเกียรติจาก "ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุภัทร พัฒน์วิชัยโชติ" คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นวิทยากรการอบรมครั้งนี้ช่วยส่งเสริมให้บุคลากรนำความรู้ที่ได้ ใช้ในการวิเคราะห์ วางระบบและ เชื่อมโยงกระบวนการ เพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศขององค์กร
15 มิถุนายน 2569     |      1496
Professor Ken’ichi Yano จาก Mie University ประเทศญี่ปุ่น เพื่อหารือความร่วมมือทางวิชาการและการแลกเปลี่ยนนักศึกษา
วันพุธที่ 6 พฤษภาคม 2569 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กาญจนา นาคประสม คณบดีคณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และผู้แทนจากหลักสูตรวิศวกรรมเกษตร วิศวกรรมอาหาร สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การอาหาร หลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา และคณะพยาบาลศาสตร์ ร่วมให้การต้อนรับ Professor Ken’ichi Yano ศาสตราจารย์สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล และผู้ช่วยอธิการบดีด้านการพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่ จาก Mie University ประเทศญี่ปุ่น ในโอกาสเดินทางมาเยี่ยมชมคณะฯ และหารือแนวทางความร่วมมือทางวิชาการ ณ คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ในการนี้ ได้มีการนำเสนอวีดิทัศน์แนะนำมหาวิทยาลัยและคณะฯ พร้อมแลกเปลี่ยนแนวทางการสร้างความร่วมมือด้านวิชาการ การวิจัย และการแลกเปลี่ยนนักศึกษาในระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษา ระหว่างสองสถาบันProfessor Ken’ichi Yano ได้นำเสนอผลงานวิจัยในหัวข้อ “Medical, Welfare, and Care-support Robotics” และ “Automation Engineering, Welfare Robots and Nursing Care Systems” ซึ่งเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีหุ่นยนต์เพื่อการแพทย์ การดูแลผู้สูงอายุ และระบบสนับสนุนงานด้านสวัสดิการและการพยาบาล รวมถึงการออกแบบและพัฒนาหุ่นยนต์สำหรับภารกิจเฉพาะ เช่น การเกษตร การช่วยเหลือผู้ประสบภัยและงานเสี่ยงอันตรายอื่นๆนอกจากนี้ ผู้แทนจากหลักสูตรวิศวกรรมเกษตร วิศวกรรมอาหาร สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การอาหาร หลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา และพยาบาลศาสตร์ ได้นำเสนอผลงานวิจัยเด่น รวมถึงหน่วยปฏิบัติการและห้องปฏิบัติการเฉพาะทางของแต่ละหลักสูตร ก่อนนำเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการและหน่วยวิจัยต่าง ๆ ภายในคณะฯ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศในอนาคตFaculty of Engineering and Agro-Industry, Maejo University Welcomes Professor Ken’ichi Yano from Mie University, Japan, for Academic Collaboration Discussion and Student Exchange OpportunitiesOn Wednesday, May 6, 2026, Asst. Prof. Dr. Kanjana Narkprasom, Dean of the Faculty of Engineering and Agro-Industry, Maejo University, together with faculty administrators, lecturers, and representatives from the Agricultural Engineering Program, Food Engineering Program, Food Science Program, Graduate Programs, and Faculty of Nursing, warmly welcomed Professor Ken’ichi Yano from the Faculty of Engineering, Mie University, Japan.Professor Ken’ichi Yano currently serves as Assistant to the President for Early-Career Researcher Development and Head of the Intelligent Robotics Laboratory, Department of Mechanical Engineering, Mie University.The visit aimed to strengthen academic collaboration and explore future opportunities for student exchange programs between the two institutions.During the meeting, participants viewed institutional introduction videos of Maejo University and the Faculty of Engineering and Agro-Industry, followed by discussions on academic cooperation, research collaboration, and student exchange programs at both undergraduate and graduate levels.Professor Ken’ichi Yano delivered a keynote presentation on “Medical, Welfare, and Care-support Robotics” and “Automation Engineering, Welfare Robots and Nursing Care Systems,” highlighting innovative robotics technologies for healthcare, elderly care, and welfare support systems.In addition, representatives from the Agricultural Engineering Program, Food Engineering Program, Food Science Program, Graduate Programs, and Nursing Program presented their outstanding research projects, specialized laboratories, and academic operation units. The visit also included laboratory observations and facility tours within the faculty to promote knowledge exchange and future international collaboration networks.
15 มิถุนายน 2569     |      1489
ร่วมพิธีดำหัวผู้อาวุโสและอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ สืบสานป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง ประจำปี 2569
เมื่อวันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2569 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กาญจนา นาคประสม คณบดีคณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร พร้อมด้วยผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากรของคณะฯ เข้าร่วมพิธีดำหัวผู้อาวุโสและอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ภายใต้โครงการ “สืบสานป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง” ประจำปี 2569ในการนี้ คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตรได้ร่วมตั้งแถวขบวนอย่างเป็นระเบียบ โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธีระพล เสนพันธุ์ เป็นผู้ถือป้ายประจำขบวน สะท้อนถึงความพร้อมเพรียงและความเป็นหนึ่งเดียวของบุคลากรในคณะฯกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสืบสานประเพณีปีใหม่เมืองของชาวล้านนา และเปิดโอกาสให้บุคลากรได้ร่วมแสดงความเคารพ คารวะ และขอพรจากผู้อาวุโสและผู้บริหารมหาวิทยาลัย อันเป็นการส่งเสริมคุณค่าทางวัฒนธรรมและความสัมพันธ์อันดีภายในองค์กร ณ อาคารศูนย์กีฬาทศมิตรทรบพิตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่นอกจากนี้ คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตรยังได้ส่งบุคลากรเข้าร่วมกิจกรรมภายในงาน อาทิ การประกวดลาบเมือง และการประกวดนวัตกรรมการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรเป็นเครื่องดื่มด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งแสดงถึงศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ของบุคลากรคณะฯ การเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือ ความสามัคคี และการสืบสานวัฒนธรรมอันดีงามของบุคลากรคณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตรอย่างต่อเนื่อง
15 มิถุนายน 2569     |      1502